รู้ก่อนซื้อ! คู่มือราคากล่องพัสดุที่ทั้งคุ้มและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

หลายๆ ท่านที่กำลังเริ่มต้นปั้นแบรนด์สินค้า หรือก้าวสู่ธุรกิจขายออนไลน์ อาจจะเคยสงสัยใช่ไหมว่า ทำไมราคากล่องพัสดุถึงต่างกันขนาดนี้ล่ะ? หากค้นหาในร้านค้าออนไลน์อาจจะเห็นว่าราคากล่องพัสดุของร้านแรก ตกกล่องใบละ 2 บาท เจ้าที่สองอาจจะสูงขึ้นมาหน่อยเป็นใบละ 5 บาท หรือเจ้าที่สามราคาโดดสูงขึ้นมาหน่อยเป็น 10 บาท ไม่ใช่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนจะเข้าใจว่าทำราคาถึงต่างกันขนาดนั้น วันนี้เราจะแชร์ และแนะนำแนวทางการเลือกกล่องพัสดุอย่างไรให้ทั้งคุ้มและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์!

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคากล่องพัสดุมีอะไรบ้าง?

หลายคนคิดว่าราคากล่องพัสดุขึ้นอยู่กับขนาดอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่มีผลต่อราคาเลย เช่นทั้ง 4 หัวข้อดังต่อไปนี้

1. วัสดุและความหนา

คือตัวกำหนดราคากล่องพัสดุเป็นหลัก กล่องกระดาษลูกฟูกมีหลายเกรด เริ่มจาก 3 ชั้น 5 ชั้น ไปจนถึง 7 ชั้น ยิ่งหนายิ่งแข็งแรง ราคายิ่งแพง แต่ก็ปกป้องสินค้าได้ดีกว่า สำหรับสินค้าทั่วไป กล่อง 3 ชั้นก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นของเปราะหรือหนัก ควรเลือก 5 ชั้นจะปลอดภัยกว่า

2. ขนาดและรูปทรง

ก็มีผลต่อราคากล่องพัสดุเหมือนกัน กล่องขนาดมาตรฐานจะถูกกว่ากล่องไซส์พิเศษ เพราะผู้ผลิตสามารถทำจำนวนมากได้ ส่วนกล่องรูปทรงพิเศษหรือไดคัทจะแพงกว่าเพราะต้องใช้แม่พิมพ์เฉพาะ

3. ระบบการพิมพ์และสี

หากพิมพ์สียิ่งเยอะ ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้น เช่น การพิมพ์ 1 สีจะถูกกว่า 4 สี นอกจากนี้ระบบการพิมพ์ก็มีผลกับราคาของกล่องพัสดุ เพราะราคาต้นทุนของสีแต่ละระบบต่างกัน

4. จำนวนการสั่ง

เป็นหนึ่งในปัจจัยที่หลายคนมองข้าม เนื่องจากยิ่งสั่งมากราคาต้นทุนการผลิตยิ่งถูก แต่ก็ต้องคิดเรื่องพื้นที่เก็บและเงินทุนหมุนเวียนด้วย

วิธีคำนวณต้นทุนกล่องพัสดุต่อชิ้นให้คุ้มค่า

ในการคำนวณต้นทุนกล่องแพคเกจจิ้งในการแพ็คสินค้า มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาไม่ใช่แค่ดูราคากล่องอย่างเดียว ต้องรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วย เช่น

1. ราคากล่องต่อใบ + วัสดุบรรจุภัณฑ์เสริม

(กระดาษกันกระแทก ฟีล์มกาว ฯลฯ) คือตัวกำหนดราคากล่องพัสดุเป็นหลัก กล่องกระดาษลูกฟูกมีหลายเกรด เริ่มจาก 3 ชั้น 5 ชั้น ไปจนถึง 7 ชั้น ยิ่งหนายิ่งแข็งแรง ราคายิ่งแพง แต่ก็ปกป้องสินค้าได้ดีกว่า สำหรับสินค้าทั่วไป กล่อง 3 ชั้นก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นของเปราะหรือหนัก ควรเลือก 5 ชั้นจะปลอดภัยกว่า

2. ค่าแรงบรรจุ

ประเด็นที่หลายคนมองข้ามแต่สำคัญมาก แน่นอนว่าปัจจุบันการขายของออนไลน์นั้นกำลังมา ยอดขายแต่ละร้านก็โตดีตามไปด้วย แต่เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น ปัญหาเรื่องค่าแรงการแพ็คก็ตามมา จากประสบการณ์ที่เห็นหลายร้าน เวลายอดขายพุ่งจาก 50 ออเดอร์เป็น 200 – 300 ออเดอร์ต่อวัน เจ้าของร้านต้องนั่งแพ็คกันจนดึก หรือต้องจ้างพนักงานเพิ่ม ซึ่งค่าแรงคนแพ็คก็ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของสินค้า ปัจจุบันการลดค่าแรงงานในการแพ็คจึงช่วยได้มาก อย่างการใช้เครื่องจักรในการแพ็ค ที่ทั้งรวดเร็วและประหยัดค่าแรง สำหรับร้านที่มียอดสูง เครื่องซีลกล่องอัตโนมัติหรือเครื่องพับกล่องจะช่วยลดเวลาได้ถึง 60 – 70% บางร้านลงทุนเครื่องแพ็คอัตโนมัติราคาหลักแสน แต่คืนทุนได้ภายใน 8 – 12 เดือนจากการประหยัดค่าแรง

3. ค่าจัดส่ง

บริษัทขนส่งส่วนใหญ่จะคิดตามขนาดกล่องกระดาษ ไม่ใช่น้ำหนักอย่างเดียว (Dimensional weight) ทำให้การเลือกกล่องขนาดพอดีกับสินค้าสำคัญมาก

4.ต้นทุนการเก็บรักษา

ถ้าซื้อจำนวนมาก ต้องคิดค่าเช่าพื้นที่หรือค่าโอกาสของเงินทุน บางร้านสั่งกล่อง 6 เดือนล่วงหน้าเพื่อได้ราคากล่องพัสดุที่ถูก แต่กินพื้นที่คลังสินค้าไปเยอะ ดังนั้นควรมีการวางแผนการสั่งซื้อกล่องพัสดุว่าช่วงไหนที่ออเดอร์เยอะ หรือศึกษาวิธีการเลือกกล่องพัสดุ
• เลือกขนาดกล่องให้พอดีกับสินค้า อย่าใหญ่เกินไป
• ถ้าสั่งประจำ ควรเจรจาราคากับผู้จำหน่ายเป็นรายเดือน
• พิจารณาใช้กล่องมาตรฐานแทนการสั่งทำพิเศษ
• ศึกษาเรื่อง Dimensional weight ของบริษัทขนส่งที่ใช้

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเวลาซื้อกล่องพัสดุ

จากที่เห็นหลายๆ ร้านมา มีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ที่ทำให้เสียเงินหรือเสียลูกค้า

1. ผิดพลาดที่ 1 :

เน้นราคาถูกเป็นหลัก กล่องถูกจนเกินไปมักจะมีปัญหาคุณภาพ รอยขาด แตกง่าย หรือสีไม่ตรงตามที่สั่ง พอลูกค้าได้รับของแล้วเกิดความรู้สึกไม่ดี กระทบไปถึงการรับรู้คุณภาพสินค้าด้วย

2. ผิดพลาดที่ 2 :

สั่งมากเกินความจำเป็น เห็นราคาส่วนลดจำนวนมากแล้วสั่งเยอะ แต่ลืมคิดเรื่องพื้นที่เก็บ หรือการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ บางคนสั่งกล่องไว้ 6 เดือน แต่ 2 เดือนหลังเปลี่ยนสินค้าหรือโลโก้ใหม่ก็อาจใช้กล่องไม่ได้

3. ผิดพลาดที่ 3 :

กล่องที่ไม่แข็งแรง แต่ต้องทนใช้เพราะต้นทุนจม เกิดจากไม่ทดสอบก่อนสั่งจำนวนมาก ควรสั่งตัวอย่างมาทดสอบการใช้งานจริงก่อน ลองใส่สินค้า ลองส่งไปให้เพื่อนดู ถึงจะสั่งจำนวนมาก

4. ผิดพลาดที่ 4 :

ไม่คิดเรื่อง Storage และ Inventory Turnover กล่องก็เป็นสินค้าคงคลังนึง ถ้าซื้อมากเกินไปจะกินเงินทุนหมุนเวียน

เลือกกล่องอย่างไรให้คุ้มค่าและเหมาะกับธุรกิจ

การเลือกซื้อกล่องพัสดุไม่ใช่แค่เรื่องราคาถูกแพง แต่เป็นการลงทุนในประสบการณ์ลูกค้าและภาพลักษณ์แบรนด์
หลักการเลือกอาจเริ่มจากวิเคราะห์ประเภทสินค้า กลุ่มลูกค้า และงบประมาณ แล้วค่อยหากล่องที่สมดุลระหว่างราคาและคุณภาพ อย่าลืมคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ราคากล่องอย่างเดียว ถ้าเป็นธุรกิจเล็กแนะนำเริ่มจากกล่องขนาดมาตรฐานก่อน พอมียอดขายที่คงที่แล้วค่อยลงทุนกล่องสั่งทำ สำหรับธุรกิจใหญ่ ควรทำ Packaging Strategy ระยะยาวและ Negotiate ราคาเป็นรายปี หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการแพคเกจจิ้งที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจไทย ทีมงานที่มีประสบการณ์แลแพคเกจจิ้งให้แบรนด์ต่างๆ มามากกว่า 3,000 แบรนด์ พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การเลือกวัสดุ การออกแบบ ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนที่เหมาะสม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ข้อมูลด้านล่างนี้
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!