5 เทคนิคเลือกกล่องกระดาษใส่เค้กอย่างไร ให้เค้กสวยเป๊ะถึงมือลูกค้า

เราอยู่ในยุคของการทำแบรนด์ และเปิดธุกิจนั้นสามารถทำได้ง่ายกว่ายุคก่อนที่ผ่านมา แต่การจะเปิดธุรกิจแล้วบริษัทจะเติบโตนั้นยากมาก โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน และการเข้าสู่ตลาดของคู่แข่ง หลายๆ ธุรกิจหลายๆ แบรนด์จำเป็นต้องงัดกลยุทธ์เด็ดของแบรนด์มาสู่กัน หนึ่งในนั้นกลยุทธ์ที่หลายๆ แบรนด์ทำคือ การมอบ gift set ให้กับลูกค้าคนสำคัญ ไปจนถึงพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเพื่อสร้างความประทับใจและเพิ่มมูลค่าให้กับของขวัญได้อย่างมาก กล่องของขวัญที่มีสวย คุ้มค่า และมีคุณภาพ จะช่วยสื่อสารถึงความใส่ใจและความพิเศษของของขวัญชิ้นนั้น ขณะที่กล่องธรรมดาอาจทำให้ของขวัญแพงๆ ดูไม่มีคุณค่าเท่าที่ควรในโอกาสพิเศษ

การเลือกกล่องกระดาษใส่เค้ก หรือกล่องเบเกอรี่ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการเบเกอรี่และร้านขนมมักมองข้าม เพราะแม้ว่าเค้กจะสวยงามออกจากร้านแต่ระหว่างทางขนส่งของพี่ๆ เดลิเวอรี่นั้นเราไม่มีทางจะรู้ได้เลยว่า เค้กของร้านเราต้องผ่านการกระแทกระหว่างการจัดส่งกี่ครั้ง ทำให้เค้กเสียรูป เสียหายระหว่างขนส่ง ไปจนถึงลูกค้าไม่ประทับใจ ดังนั้นการเลือกกล่องใส่เค้กที่ถูกต้องไม่ได้มีแค่ใส่ได้พอดี แต่ต้องคำนึงถึงความแข็งแรง ความปลอดภัย และดีไซน์การออกแบบที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันเค้กไม่ให้เกิดการเสียหายได้

บทความนี้จะแนะนำเทคนิคการเลือกกล่องจากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อให้เค้กของคุณมาถึงลูกค้าในสภาพสมบูรณ์แบบ

5 เทคนิคการเลือกกล่องใส่เค้กอย่างมืออาชีพ

1. วัดขนาดเค้กให้แม่นยำ

เพิ่มพื้นที่ข้างละ 2 – 3 เซนติเมตร และความสูงเพิ่ม 3 – 5 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้เค้กชนฝากล่อง เผื่อที่สำหรับใส่อุปกรณ์ตกแต่งเค้ก
เหตุผล: ป้องกันการเสียดสีที่ทำให้ครีมและการตกแต่งเสียหาย รวมถึงเว้นพื้นที่สำหรับการใส่แผ่นรองเค้กและอุปกรณ์ประดับ การวัดผิดจะทำให้เค้กบีบอัดหรือกล่องใหญ่เกินไปจนเค้กเลื่อนไถลในกล่อง

2. เลือกความหนากระดาษตามน้ำหนัก

ก้อนเค้กขนาดน้อยกว่า 1 ปอนด์ ใช้กระดาษที่มีความหนา 300-350 แกรม และสำหรับเค้ก 1 – 3 ปอนด์ ใช้กระดาษหนา 350-400 แกรม
เหตุผล: กระดาษบางที่มีจำนวนความหนาแกรมน้อย ไม่เหมาะรับน้ำหนักเค้กที่มีน้ำหนัก อาจจะทำให้ก้นกล่องฉีกขาด หรือโค้งงอ ส่วนกระดาษหนาเกินไปจะเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น การเลือกความหนาที่เหมาะสมช่วยรับประกันความแข็งแรงและคุ้มค่าเงินลงทุน

3. ตรวจสอบการออกแบบฐานกล่อง

ต้องมีแผ่นรองก้นกล่อง และขอบกล่องที่พับซ้อน เพื่อรับน้ำหนักได้ดี
เหตุผล: จุดที่รับน้ำหนักมากที่สุดคือก้นกล่องและมุมกล่อง หากออกแบบไม่แข็งแรงจะทำให้กล่องยุบตัวหรือแตกร้าวเมื่อยกขึ้น การเสริมจุดเหล่านี้ลดความเสี่ยงเค้กตกใส่พื้นได้ 90%

4. เลือกรูปแบบการเปิด-ปิดกล่อง

โดยส่วนมากกล่องเค้กที่นิยมใช้กันในตลาดจะเป็นรูปแบบกล่องฝาเสียบ และฝาครอบ เพื่อความสะดวกในการเปิดปิดกล่องใส่เค้ก และที่กำลังฮิตกันในหมู่ร้านเบเกอรี่คือรูปแบบของกล่องกระดาษใส่เค้กรูปแบบหูหิ้ว เพราะลูกค้ามีความสะดวกในการใช้งาน
เหตุผล: รูปแบบการเปิด-ปิด ส่งผลต่อความปลอดภัยของเค้ก กล่องฝาเสียบเปิด – ปิด ราคาเข้าถึงได้ง่าย แต่รูปแบบฝาเสียบมีหูหิ้วในตัว ราคาจะสูงขึ้นมาหน่อยแต่สามารถตอบโจทย์รูปแบบการใช้งานของลูกค้าได้

5. ทดสอบกล่องก่อนใช้งานจริง

ใส่เค้กจำลองหรือวัตถุที่มีน้ำหนักเท่ากัน แล้วเขย่าเบาๆ ดูว่ากล่องแข็งแรงพอหรือไม่
เหตุผล: การทดสอบกล่องวัสดุจริงจะช่วยพบปัญหาก่อนใช้งานจริงกับลูกค้า หากกล่องผิดแล้วผลิตไปหลายร้อย/พันใบจะสูญเสียค่าใช้จ่ายสูง การทดสอบ 1 – 2 ใบ ก่อนสั่งผลิตจำนวนมากช่วยประหยัดต้นทุนและป้องกันปัญหาร้องเรียนจากลูกค้า

ข้อดีของการใช้กล่องใส่เค้กมืออาชีพจาก PICK A BOX

การใช้กล่องเบเกอรี่คุณภาพจากโรงงานผลิตกล่องกระดาษมืออาชีพ จะช่วยลดปัญหาเค้กเสียรูปได้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกล่องเค้กทั่วไป เพราะทางโรงงาน PICK A BOX จะมีการดีไซน์ออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากกล่องเค้กไม่เหมาะสม ไม่ว่าเรื่องของดีไซน์โครงสร้าง ความแข็งแรง ดีไซน์แบบกราฟิก คุณภาพของเกรดกระดาษสำหรับอาหาร มาตรฐาน FDA Food Grade ที่ปลอดภัย 100% ไปจนฟังก์ชั่นการใช้งานของกล่องกระดาษใส่เค้กที่ช่วยให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้ามากที่สุด
การเลือกกล่องกระดาษใส่เค้กที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงขนาด น้ำหนัก ความแข็งแรงของกล่อง และมาตรฐานความปลอดภัย การใช้กล่องคุณภาพดีจะช่วยป้องกันเค้กเสียรูปและสร้างความประทับใจให้ลูกค้า ขณะที่การประหยัดค่ากล่องในระยะสั้นอาจนำไปสู่การสูญเสียลูกค้าและชื่อเสียงธุรกิจในระยะยาว ดังนั้นการเลือกใช้บริการโรงงานผลิตที่มีความเชี่ยวชาญจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
นอกจากนี้การเลือกกล่องกระดาษใส่เค้กที่เหมาะสม ยังเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ เค้กที่มาถึงลูกค้าในสภาพสมบูรณ์แบบจะสร้างความประทับใจและความไว้วางใจที่ยั่งยืน หากคุณกำลังมองหากล่องกระดาษใส่เค้กที่มีคุณภาพดี หรือกล่องเบเกอรี่ กล่องขนม ลองทักเข้ามาปรึกษาทีมงานของเราตามละเอียดด้านล่างได้เลยค่ะ
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!

5 เคล็ดลับ! สำหรับคนที่มีอยากเปิดคาเฟ่ให้ลูกค้าเข้าร้าน

บอกเลยว่าในปัจจุบันนี้ เทรนด์เที่ยวร้านคาเฟ่กำลังมาแรงสุดๆ ส่วนใหญ่มีสถานที่สวยงาม บรรยากาศดี มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ไว้อัปลงโซเชียล แถมยังมีเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานมากมายให้เลือกทาน เหมาะกับการมาพักผ่อนสบายๆ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือราคาของเครื่องดื่มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และยังคงได้รับการรับความนิยมสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตเร็ว จนหลายคนอยากจะหันมาลองเปิดร้านคาเฟ่กัน แต่การจะเริ่มธุรกิจร้านคาเฟ่ให้ปัง ต้องเริ่มจากอะไรบ้างวันนี้เรามีเคล็ดลับมาบอกกัน

1

ศึกษาหาข้อมูลและวางแผนธุรกิจ

หากยังไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจเลย สิ่งที่จำเป็นอย่างมากก็คือการศึกษาหาข้อมูล โดยอาจจะเริ่มต้นจาก
– ศึกษาคู่แข่ง เริ่มต้นจากการไปลองเที่ยวลองชิมร้านคาเฟ่ ร้านกาแฟ หลายๆ ร้าน โดยเฉพาะร้านดัง ที่มีลูกค้าเยอะ สังเกต ว่าเขาจัดร้านยังไง บริการยังไง เมนูอะไรที่ต้องมี มีจุดเด่นอย่างไร
– การวางแผนธุรกิจ คำนวนเงินทุนงบประมาณที่จะเปิดร้าน กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษาหา Supply สำหรับอุปกรณ์ ไม่ว่าจะแก้วสำหรับเครื่องดื่ม กล่องเค้กหรือกล่องขนม
– การหาจุดแข่งของร้าน เมนูซิกเนเจอร์หรือเมนูเค้กที่หาทานได้เฉพาะที่ร้านเรา การคัดสรรวัตถุดิบว่าเราจะใช้เมล็ดกาแฟแบบไหน ต้องหาความรู้และทดลองจนได้รสชาติที่ลงตัว เพื่อเป็นจุดเด่นของร้าน ดึงดูดให้ลูกค้าสนใจอยากซื้ออยากลอง
2

การเลือกทำเลที่ตั้ง

การเลือกทำเล จะบอกว่าร้านคาเฟ่สมัยนี้ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในชุมชน ผู้คนพลุกพล่านเสมอไป เพราะหัวใจหลักของร้านคาเฟ่คือ บรรยากาศ วิวที่สวยงาม ควรที่จะมีบริเวณ มีที่จอดรถ ไม่แออัดจนเกินไป หากได้ทำเลที่ติดแม่น้ำ ติดภูเขาก็จะยิ่งดี แต่การลงทุนก็ค่อนข้างสูง ให้ดูจากงบประมาณเป็นหลัก หรือจะเป็นทำเลที่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย เช่น บริษัท สำนักงาน มหาวิทยาลัย เป็นต้น หากอยู่ใกล้ๆ กับแหล่งท่องเที่ยวก็จะดี หลักๆ ควรเป็นทำเลที่เดินทางง่าย เห็นได้ชัดเจน มาได้สะดวก
3

การบริการที่ดี

การบริการที่ดี เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ลูกค้าประทับใจ การยิ้มแย้มแจ่มใส มีความกระตือรือร้น รวดเร็ว คอยสังเกตลูกค้าว่าต้องการอะไร มีปัญหาอะไรตรงไหน ยินดีต้อนรับกับขอบคุณ จำเป็นเสมอ ที่สำคัญต้องใจเย็นและมีสติในการรับมือกับลูกค้าหลากหลายประเภท จะยิ่งทำให้ร้านเราดูเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น
4

Promotion การจัดโปรโมชั่น

การส่งเสริมการขาย การจัดโปรโมชันในร้านคาเฟ่ ร้านกาแฟ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น มีโปรในวันสำคัญต่างๆ โปรวันวาเลนไทน์ คู่รัก ซื้อ1แถม1 พร้อมบริการถ่ายรูปคู่ฟรี เป็นต้น เรียกได้ว่าจัดเป็นกิจกรรมเรื่อยๆ ก็จะเป็นตัวช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาร้านเรา
5

การเลือกใช้แพ็คเกจจิ้งกล่องใส่สินค้า ที่เป็นเอกลักษณ์

แน่นอนว่าร้านคาเฟ่ ร้านกาแฟ ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ขนม เค้ก ต่างๆ เป็นของคู่กัน เป็นสิ่งที่ต้องกินคู่กับเครื่องดื่ม การเลือกบรรจุภัณฑ์จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นแก้วกาแฟ กล่องเค้ก กล่องขนม ยิ่งถ้าหากมีการพิมพ์โลโก้ลงบนแพ็คเกจจิ้งจึงนับเป็นการโปรโมทไปในตัวของแบรนด์ร้านอีกด้วย ผ่านรูปสวยๆ จากลูกค้าที่เข้ามาซื้อ และถ่ายรูปร้านคาเฟ่ เครื่องดื่มอัพลงโซเชียล ดังนั้นแพ็คเกจจิ้งต่างๆ จึงนับเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับของการเริ่มต้นธุรกิจร้านคาเฟ่ให้ปังอย่างไม่ควรมองข้าม
สำหรับใครที่ต้องการเริ่มต้นการธุรกิจร้านคาเฟ่และกำลังมองหากล่องเค้ก กล่องขนม พิมพ์แบรนด์หรือพิมพ์โลโก้ร้านที่มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ให้ PICK A BOX เป็นตัวช่วยให้คุณ ที่นี่รับออกแบบและผลิตแพ็คเกจจิ้กระดาษอย่างมืออาชีพตอบโจทย์ทุกบรรจุภัณฑ์ กล่องขนม กล่องไดคัท ที่ออกแบบให้เหมาะสมทุกการใช้งานในทุกกลุ่มธุรกิจ ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ และเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย รวดเร็วทันใจ มีการันตีจากลูกค้ามากกว่า 1,000 แบรนด์ ลองคลิกเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ pickaboxpack.com และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดทผลงานกล่องกระดาษและอุปกรณ์แพ็คเกจจิ้งอื่น ๆ ได้ผ่านช่องทาง
Facebook : pickabox.pack
Instagram : pickabox.pack
YouTube : pickabox.pack
TIKTOK : @pickabox.pack
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!
Website : pickaboxpack.com/
Shopee : pickabox.pack
TIKTOK : pickabox.pack
Lazada : pickabox.pack
LINEShop : @pickabox.pack