Skip to content

Blog

บทความ

รู้ก่อนซื้อ! คู่มือราคากล่องพัสดุที่ทั้งคุ้มและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

27/11/2025
หลายๆ ท่านที่กำลังเริ่มต้นปั้นแบรนด์สินค้า หรือก้าวสู่ธุรกิจขายออนไลน์ อาจจะเคยสงสัยใช่ไหมว่า ทำไมราคากล่องพัสดุถึงต่างกันขนาดนี้ล่ะ? หากค้นหาในร้านค้าออนไลน์อาจจะเห็นว่าราคากล่องพัสดุของร้านแรก ตกกล่องใบละ 2 บาท เจ้าที่สองอาจจะสูงขึ้นมาหน่อยเป็นใบละ 5 บาท หรือเจ้าที่สามราคาโดดสูงขึ้นมาหน่อยเป็น 10 บาท ไม่ใช่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนจะเข้าใจว่าทำราคาถึงต่างกันขนาดนั้น วันนี้เราจะแชร์ และแนะนำแนวทางการเลือกกล่องพัสดุอย่างไรให้ทั้งคุ้มและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์!

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคากล่องพัสดุมีอะไรบ้าง?

หลายคนคิดว่าราคากล่องพัสดุขึ้นอยู่กับขนาดอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่มีผลต่อราคาเลย เช่นทั้ง 4 หัวข้อดังต่อไปนี้

1. วัสดุและความหนา

คือตัวกำหนดราคากล่องพัสดุเป็นหลัก กล่องกระดาษลูกฟูกมีหลายเกรด เริ่มจาก 3 ชั้น 5 ชั้น ไปจนถึง 7 ชั้น ยิ่งหนายิ่งแข็งแรง ราคายิ่งแพง แต่ก็ปกป้องสินค้าได้ดีกว่า สำหรับสินค้าทั่วไป กล่อง 3 ชั้นก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นของเปราะหรือหนัก ควรเลือก 5 ชั้นจะปลอดภัยกว่า

2. ขนาดและรูปทรง

ก็มีผลต่อราคากล่องพัสดุเหมือนกัน กล่องขนาดมาตรฐานจะถูกกว่ากล่องไซส์พิเศษ เพราะผู้ผลิตสามารถทำจำนวนมากได้ ส่วนกล่องรูปทรงพิเศษหรือไดคัทจะแพงกว่าเพราะต้องใช้แม่พิมพ์เฉพาะ

3. ระบบการพิมพ์และสี

หากพิมพ์สียิ่งเยอะ ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้น เช่น การพิมพ์ 1 สีจะถูกกว่า 4 สี นอกจากนี้ระบบการพิมพ์ก็มีผลกับราคาของกล่องพัสดุ เพราะราคาต้นทุนของสีแต่ละระบบต่างกัน

4. จำนวนการสั่ง

เป็นหนึ่งในปัจจัยที่หลายคนมองข้าม เนื่องจากยิ่งสั่งมากราคาต้นทุนการผลิตยิ่งถูก แต่ก็ต้องคิดเรื่องพื้นที่เก็บและเงินทุนหมุนเวียนด้วย

วิธีคำนวณต้นทุนกล่องพัสดุต่อชิ้นให้คุ้มค่า

ในการคำนวณต้นทุนกล่องแพคเกจจิ้งในการแพ็คสินค้า มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาไม่ใช่แค่ดูราคากล่องอย่างเดียว ต้องรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วย เช่น

1. ราคากล่องต่อใบ + วัสดุบรรจุภัณฑ์เสริม

(กระดาษกันกระแทก ฟีล์มกาว ฯลฯ) คือตัวกำหนดราคากล่องพัสดุเป็นหลัก กล่องกระดาษลูกฟูกมีหลายเกรด เริ่มจาก 3 ชั้น 5 ชั้น ไปจนถึง 7 ชั้น ยิ่งหนายิ่งแข็งแรง ราคายิ่งแพง แต่ก็ปกป้องสินค้าได้ดีกว่า สำหรับสินค้าทั่วไป กล่อง 3 ชั้นก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นของเปราะหรือหนัก ควรเลือก 5 ชั้นจะปลอดภัยกว่า

2. ค่าแรงบรรจุ

ประเด็นที่หลายคนมองข้ามแต่สำคัญมาก แน่นอนว่าปัจจุบันการขายของออนไลน์นั้นกำลังมา ยอดขายแต่ละร้านก็โตดีตามไปด้วย แต่เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น ปัญหาเรื่องค่าแรงการแพ็คก็ตามมา จากประสบการณ์ที่เห็นหลายร้าน เวลายอดขายพุ่งจาก 50 ออเดอร์เป็น 200 – 300 ออเดอร์ต่อวัน เจ้าของร้านต้องนั่งแพ็คกันจนดึก หรือต้องจ้างพนักงานเพิ่ม ซึ่งค่าแรงคนแพ็คก็ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของสินค้า ปัจจุบันการลดค่าแรงงานในการแพ็คจึงช่วยได้มาก อย่างการใช้เครื่องจักรในการแพ็ค ที่ทั้งรวดเร็วและประหยัดค่าแรง สำหรับร้านที่มียอดสูง เครื่องซีลกล่องอัตโนมัติหรือเครื่องพับกล่องจะช่วยลดเวลาได้ถึง 60 – 70% บางร้านลงทุนเครื่องแพ็คอัตโนมัติราคาหลักแสน แต่คืนทุนได้ภายใน 8 – 12 เดือนจากการประหยัดค่าแรง

3. ค่าจัดส่ง

บริษัทขนส่งส่วนใหญ่จะคิดตามขนาดกล่องกระดาษ ไม่ใช่น้ำหนักอย่างเดียว (Dimensional weight) ทำให้การเลือกกล่องขนาดพอดีกับสินค้าสำคัญมาก

4.ต้นทุนการเก็บรักษา

ถ้าซื้อจำนวนมาก ต้องคิดค่าเช่าพื้นที่หรือค่าโอกาสของเงินทุน บางร้านสั่งกล่อง 6 เดือนล่วงหน้าเพื่อได้ราคากล่องพัสดุที่ถูก แต่กินพื้นที่คลังสินค้าไปเยอะ ดังนั้นควรมีการวางแผนการสั่งซื้อกล่องพัสดุว่าช่วงไหนที่ออเดอร์เยอะ หรือศึกษาวิธีการเลือกกล่องพัสดุ
• เลือกขนาดกล่องให้พอดีกับสินค้า อย่าใหญ่เกินไป
• ถ้าสั่งประจำ ควรเจรจาราคากับผู้จำหน่ายเป็นรายเดือน
• พิจารณาใช้กล่องมาตรฐานแทนการสั่งทำพิเศษ
• ศึกษาเรื่อง Dimensional weight ของบริษัทขนส่งที่ใช้

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเวลาซื้อกล่องพัสดุ

จากที่เห็นหลายๆ ร้านมา มีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ที่ทำให้เสียเงินหรือเสียลูกค้า

1. ผิดพลาดที่ 1 :

เน้นราคาถูกเป็นหลัก กล่องถูกจนเกินไปมักจะมีปัญหาคุณภาพ รอยขาด แตกง่าย หรือสีไม่ตรงตามที่สั่ง พอลูกค้าได้รับของแล้วเกิดความรู้สึกไม่ดี กระทบไปถึงการรับรู้คุณภาพสินค้าด้วย

2. ผิดพลาดที่ 2 :

สั่งมากเกินความจำเป็น เห็นราคาส่วนลดจำนวนมากแล้วสั่งเยอะ แต่ลืมคิดเรื่องพื้นที่เก็บ หรือการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ บางคนสั่งกล่องไว้ 6 เดือน แต่ 2 เดือนหลังเปลี่ยนสินค้าหรือโลโก้ใหม่ก็อาจใช้กล่องไม่ได้

3. ผิดพลาดที่ 3 :

กล่องที่ไม่แข็งแรง แต่ต้องทนใช้เพราะต้นทุนจม เกิดจากไม่ทดสอบก่อนสั่งจำนวนมาก ควรสั่งตัวอย่างมาทดสอบการใช้งานจริงก่อน ลองใส่สินค้า ลองส่งไปให้เพื่อนดู ถึงจะสั่งจำนวนมาก

4. ผิดพลาดที่ 4 :

ไม่คิดเรื่อง Storage และ Inventory Turnover กล่องก็เป็นสินค้าคงคลังนึง ถ้าซื้อมากเกินไปจะกินเงินทุนหมุนเวียน

เลือกกล่องอย่างไรให้คุ้มค่าและเหมาะกับธุรกิจ

การเลือกซื้อกล่องพัสดุไม่ใช่แค่เรื่องราคาถูกแพง แต่เป็นการลงทุนในประสบการณ์ลูกค้าและภาพลักษณ์แบรนด์
หลักการเลือกอาจเริ่มจากวิเคราะห์ประเภทสินค้า กลุ่มลูกค้า และงบประมาณ แล้วค่อยหากล่องที่สมดุลระหว่างราคาและคุณภาพ อย่าลืมคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ราคากล่องอย่างเดียว ถ้าเป็นธุรกิจเล็กแนะนำเริ่มจากกล่องขนาดมาตรฐานก่อน พอมียอดขายที่คงที่แล้วค่อยลงทุนกล่องสั่งทำ สำหรับธุรกิจใหญ่ ควรทำ Packaging Strategy ระยะยาวและ Negotiate ราคาเป็นรายปี หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการแพคเกจจิ้งที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจไทย ทีมงานที่มีประสบการณ์แลแพคเกจจิ้งให้แบรนด์ต่างๆ มามากกว่า 3,000 แบรนด์ พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การเลือกวัสดุ การออกแบบ ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนที่เหมาะสม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ข้อมูลด้านล่างนี้
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!
Photos Credit : Pinterest
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดท ผลงานกล่องกระดาษและอุปกรณ์แพคเกจจิ้งอื่นๆ ผ่านช่องทาง
ช่องทางขายกล่องพร้อมส่ง

อยากได้กล่องแบบนี้ !
ติดต่อทีมงาน

PICK A BOX PACK เลย

Pack a box

.

CEO’s talk (4) E-commerce (5) graphic (3) Packaging (6) กล่องกระดาษ (37) กล่องกระดาษลูกฟูก (4) กล่องขนม (4) กล่องบรรจุภัณฑ์ (22) กล่องผลไม้ (3) กล่องพัสดุ (17) กล่องพัสดุพิมพ์ลาย (3) กล่องพิซซ่า (3) กล่องพิมพ์ลาย (11) กล่องพิมพ์แบรนด์ (4) กล่องลัง (2) กล่องลูกฟูก (15) กล่องลูกฟูกพิมพ์ลาย (2) กล่องอาหาร (4) กล่องเค้ก (3) กล่องใส่ของขวัญ (2) กล่องใส่สินค้า (8) กล่องไดคัท (8) กล่องไปรษณีย์ (18) การออกแบบกล่อง (4) ขายออนไลน์ (10) บรรจุภัณฑ์ (13) บรรจุภัณฑ์กระดาษ (6) บริษัทรับผลิตกล่อง (2) ผลิตกล่อง (2) ผลิตกล่องกระดาษ (3) รักษ์โลก (4) รับผลิตกล่อง (4) รับออกแบบกล่อง (28) รับออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ (14) ออกแบบกล่อง (3) ออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ (3) ออกแบบบรรจุภัณฑ์ (3) อาสาสมัคร (2) เทรนด์กล่องบรรจุภัณฑ์ (2) แบรนด์ (4) แพคเกจจิ้ง (17) โรงงานผลิตกล่อง (49) โรงงานผลิตกล่องกระดาษ (5) โรงงานรับผลิตกล่องกระดาษ (2) โลกสีเขียว (2)

Related Posts