พาน้องนั่งรถไฟจากหาดใหญ่มาตามฝันที่ PICK A BOX

เพื่อนๆ เคยอยากวิ่งไล่ความฝันให้เป็นจริงไหมคะ ?

PICK A BOX เราได้รับเกียรติจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร สาขาเทคโนโลยีวัสดุและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ให้พาน้องๆ นักศึกษามาเยี่ยมชมที่โรงงานของเราเป็นครั้งแรก ที่จะเปิดประสบการณ์น้องๆ หลายด้านตั้งแต่ R&D วัสดุและเทคโนโลยีการพิมพ์ และแน่นอน โอกาสมาแล้ว ทับทิมและทีมงานรีบจัดกิจกรรม เตรียม Content สนุกๆ มาให้น้องๆ กันเพียบ

• สวมบทไกด์พาทัวร์โรงงาน

สิ่งแรกที่อยากแนะนำให้น้องๆ ได้รู้จักกันก็คือ เทคนิคการพิมพ์ ที่ทีม PICK A BOX รับบทไกด์อาสา พาน้องๆ เดินชมโรงงานกันแบบยาวๆ ดูตั้งแต่เครื่องจักร การเตรียมวัตถุดิบ การเดินพิมพ์ กระบวนการหลังพิมพ์ พร้อมทีมพี่ๆ เล่าประสบการณ์การพิมพ์จริงให้กับน้องๆ แบบจัดเต็ม ถึงใจ เรียกว่า พาดูของจริงดีกว่าเยอะ~

• workshopลองของจริง

เดินทัวร์ไปแล้ว ทีนี้ก็มาลงมือทำกันจริงๆ บ้าง พี่ๆ ก็เตรียม Workshop ไว้ให้จุกๆ ตั้งแต่การตั้งโจทย์ให้ออกแบบโครงสร้างกล่อง และ SuperLock (การทำไส้กล่อง) โดยมีโจทย์คือ ทำกล่องให้สวย ทนทานสำหรับ “ไข่ไก่สด” ที่เรียกว่า ท้าทาย สนุกสนาน และน้องๆ ก็ทำออกมาได้ดีมากจริงๆ สุดยอดมากค่ะ เต็มอิ่มกับกิจกรรมเรียกว่าเรียนรู้กันได้แบบสุดๆ ภายใน 1 วัน
โจทย์อีกอย่างหนึ่งของน้องๆ คือภายหลังจากการเยี่ยมดูงานครั้งนี้ น้องๆ จะแยกย้ายไปฝึกงานตามสถานประกอบการต่างๆประมาณ 6 เดือน ทับทิมและพี่ๆ PICK A BOX จึงอยากทำให้ประสบการณ์ครั้งนี้คุ้มค่าการเดินทางมามากที่สุด และหวังว่ากิจกรรมที่พี่ๆ เตรียมไว้จะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ ในอนาคต รวมถึงเป็นแรงบัลดาลใจให้น้องๆ รักในอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์นี้เหมือนที่ PICK A BOX รักค่ะ : )
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดทผลงานกล่องกระดาษและอุปกรณ์แพ็คเกจจิ้งอื่น ๆ ได้ผ่านช่องทาง
• Facebook : pickabox.pack
• Instagram : pickabox.pack
• YouTube : pickabox
• Tiktok Shop : @pickabox.pack
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!
• Website PICK A BOX : pickaboxpack.com
• Shopee : pickabox
• TIKTOK : pickabox
• Lazada : pickabox
• LINEShop : @pickabox.pack

5 เรื่องที่เรียนรู้จากคู่แข่งในธุรกิจ

การทำธุรกิจและการตลาดในยุคนี้ทุกคนรู้ดีว่ายากขนาดไหน แต่อีกสิ่งที่เรารู้สึกว่าอยากเอามาเล่าและเป็นตัวทำให้เราฮึดสู้ขึ้นก็คือ “คู่แข่ง”

ช่วงแรกที่เราเข้ามาในตลาดนี้ เราก็ทำการ Research ก่อนเลยว่า มีแบรนด์อะไรเป็นเจ้าตลาดบ้าง ทำ Marketing อย่างไร อันนี้เราคิดว่าทุกคนน่าจะทำกันดี แต่ความน่ารักของตลาดนี้เรารู้สึกได้ว่า มีการเคลื่อนไหว พัฒนาตลอดเวลา และมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ มาพร้อมวิธีใหม่ๆ ซึ่งเราว่าเรียนรู้จากคู่แข่งก็เป็นอีกมุมที่คนไม่ค่อยมองเหมือนกัน วันนี้เลยอยากเล่า 5 เรื่องที่เราเรียนรู้จากคู่แข่งกันนี่แหละ
1
#หาจุดที่แตกต่างให้ตัวเองให้ได้ – คู่แข่งแต่ละคนในอุตสาหกรรมนี้คือ ตัวจริง ทำกันมานาน มีธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนเราถ้า เข้าไปเป็นแบรนด์ใหม่ คำถามแรกที่เราเข้ามาในตลาดนี้เลยก็คือ เราจะแตกต่างจากสิ่งที่มีได้ยังไง (และแทบทุกแบรนด์ก็ทำไปเยอะมากแล้ว) อันนี้เป็นคำถามแรกที่เราต้องหาวิธีตอบฉีกออกมาให้ได้
2
#ใช้เทคโนโลยีให้ถูกจุด – อีกข้อนึงที่เรียกว่าเปิดไพ่ได้ในยุคนี้คือ เทคโนโลยี ถ้ามองตรงๆ มันก็คือการ Disruption ธุรกิจ แต่ถ้ามองให้มันเป็น อาวุธ มันก็คือ นวัตกรรมที่ยุคนี้ แบรนด์เก่า หรือ แบรนด์เกิดใหม่ก็สามารถแซงกันได้ตรงนี้ ถ้าเอาเทคโนโลยี หรือ Generative AI มาใช้ได้ถูกจุด
3
#การดูแลทีมเป็นเรื่องที่ควรทำ – อุตสาหกรรมนี้ขนาดใหญ่ และต้องใช้กำลังคนเยอะมาก ดังนั้นสิ่งที่เรียนรู้คือ ควรดูแลทีมงานให้ดี สร้างทีม สร้างกิจกรรม สร้างอะไรใหม่ๆ ให้เค้ารู้สึกมีคุณค่าในสิ่งที่ทำ และสนุกกับการทำงานกับเรา ไม่ใช่แค่บริษัท Corporate ใหญ่อีกต่อไปที่ต้องมี HR แต่การสร้างแบรนด์ใหม่ การมีทีมที่ขยายขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องทำเช่นกัน
4
#ไม่ยึดติด และสนุกกับมัน – อีกสิ่งของ Marketing คือการทำ Content ซึ่งถ้าแบบเก่าคือการตั้งระบบ ทำ Content ที่เล่าแต่เรื่องของตัวเองและแบรนด์ แต่คู่แข่งหลายแบรนด์ก็ทำให้เราเรียนรู้ว่า จริงๆ แล้วเราสามารถสนุก ตามกระแส หรือยืดหยุ่นกับมันได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปบังคับ ตั้งกฎ สร้าง Content ในรูปแบบเดิมๆ หรือ Platform เดิมๆ อีกต่อไป มันก็จะทำให้แบรนด์เราดูเข้าถึงง่ายมากขึ้น
5
#แบ่งเวลาให้ด้านอื่นของชีวิตบ้าง – เราว่าทุกคนคือ มนุษย์ เราเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์อะไรบางอย่าง แต่อีกด้านเราก็ควรออกไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ สถานที่เที่ยวใหม่ ผู้คน แม้กระทั่งคนในครอบครัว ที่อยากให้ทุกคนลองหยุดพักหัวบ้าง ไปทำอะไรชิวๆ บ้าง มันจะเกิดไอเดียใหม่ๆ ในการพัฒนา Product ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ตอบตามตรงว่า สำหรับเรา การที่มีคู่แข่งในตลาดถือเป็นเรื่องที่เราค่อนข้างชอบ เพราะรู้สึกสนุกในการแข่งขัน แต่ละแบรนด์ก็พยายามงัดอาวุธออกมาสู้กันอย่างสมศักดิ์ศรีมากๆ มันทำให้อุตสาหกรรมนี้เกิด นวัตกรรมใหม่ๆ เกิดสินค้าที่หลากหลาย เห็นช่องทางธุรกิจใหม่ๆ และที่สำคัญนอกจากคนที่อยู่ในแวดวงนี้แล้ว คนภายใน หรือ ลูกค้า ก็ยังได้สินค้าที่ดีข้ึนกว่าเดิมในทุกๆ วันไปด้วย
อยากให้ทุกคนลองมองเปลี่ยนด้าน จากการต้องเอาชนะคู่แข่งเสมอไป มาลองเปลี่ยนเป็น เราจะยกระดับอุตสาหกรรมนี้ไปพร้อมกัน ก็สนุกดีนะคะ และนี่คือสิ่งที่ทับทิมได้เรียนรู้ตั้งแต่เข้ามาในโลกของกล่องไปกับ PICK A BOX 😀
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดทผลงานกล่องกระดาษและอุปกรณ์แพ็คเกจจิ้งอื่น ๆ ได้ผ่านช่องทาง
• Facebook : pickabox.pack
• Instagram : pickabox.pack
• YouTube : pickabox
• Tiktok Shop : @pickabox.pack
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!
• Website PICK A BOX : pickaboxpack.com
• Shopee : pickabox
• TIKTOK : pickabox
• Lazada : pickabox
• LINEShop : @pickabox.pack

4 สูตรลับ บริหารคน สร้างทีม สำหรับ SME โดยเฉพาะ

CEO’s Talk วันนี้ทับทิมอยากมาเล่าเรื่องที่เป็นปัญหาของทุกองค์กร นั่นคือ “หลังบ้าน” ที่เรียกได้ว่าเป็นปัญหาเส้นเลือดใหญ่ของแทบทุกองค์กร เพราะการเป็นเจ้าของธุรกิจในยุคนี้ไม่ใช่แค่สร้างยอดขาย กำไรให้ธุรกิจเติบโต แต่ต้องสร้างทีมที่เติบโตและขยายองค์กรไปพร้อมกับเราด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่บอกเลยว่า เจ้าของธุรกิจทุกคนเข้าใจตรงกัน!

อีกปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ “คน” ที่มาพร้อมปัญหาหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การรับสมัคร การยื้อให้อยู่ต่อ การสร้างคนยังไงให้รักในองค์กร ซึ่งทับทิมขอออกตัวก่อนว่าตัวเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญระดับมาโค้ช แต่ก็อยากเล่าผ่านประสบการณ์ที่ได้ลองทำมา จึงคิดว่ามี 4 สูตรลับของ PICK A BOX ที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน มาแชร์ให้เพื่อนๆ รู้กันค่ะ

• สูตร 1 #ทีมรู้ใจ — สูตรง่ายๆ ที่คิดจากความพยายามของเราที่สร้างองค์กร สร้างทีมกันมา

#ทีม — เริ่มต้น จากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ทุกคนรู้จักกัน มีการทำงานเป็นเหมือนเกมส์ เล่นแบบ Team Player โดยมีการแบ่งระบบการทำงานเป็นก้อนๆ เพื่อให้ทุกคนส่งบอลต่อกันได้สบาย ตั้งแต่ต้นจนถึงปลาย ไม่มี เดอะแบก คนใดคนหนึ่ง
#รู้ — รู้ก็คือ ทุกคนในทีมต้องรู้จัก Scope of Work ของตัวเอง ว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน ทำอะไร จนรู้ไปถึงหน้าที่ข้างๆ ของตัวเองเพื่อส่งงานให้ออกมาได้ดีที่สุด
#ใจ — อันนี้เป็นเรื่อง Empathy คือการเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ในทีม ที่จะช่วยให้ทีมมีโมเมนต์แฮปปี้ต่อกัน แต่ถ้าใครอีกคนต้องทำงานของอีกคน อันนี้จะไม่ใช่แล้วนะคะ
ทั้ง 3 เรื่องนี้ พอรวบออกมาก็จะเห็นภาพกว้างว่า นี่เหมือนเป็นวิธีการประคับประคองคนในองค์กรให้อยู่ร่วมกันได้ และ ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี — คำถามต่อมา แล้วยังไงต่อ ? ทีมรักกันแต่งานไม่เดิน ก็ไม่ด้ายย เราจึงต้องมี
. . . . . . . . . . . . . . . .

• สูตร 2 #เป้าหมายและวัดผล

มันคือการสร้าง Goal ร่วมกันในองค์กรและมาเช็ค Performance รายเดือน อย่างทีม PICK A BOX จะมีการหา Daily Problem ทุกวัน เพราะเราเชื่อว่ายิ่งเจอปัญหาจะยิ่งพัฒนาให้เกิดเรื่องใหม่ๆ ขึ้นไปอีก เพื่อนๆ อาจจะใช้การวัดแบบ KPI OKR ก็ได้ทั้งหมดนะคะ ซึ่ง Concept ก็คือ การวัดผล การแจกแจงรายละเอียด การที่ทีมรู้จุดบกพร่องและแก้ไข จนเกิด Result ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มเงินเดือน โบนัส ต่างๆ
PICK A BOX ของเราใช้วิธีการทำ KPI แบบโรงงาน ซึ่งก็มาวัดกันเลยแต่ละแผนก จนไปถึงมีการจัด Session เล็กๆ ให้พนักงานได้มาแชร์ผลงานของแต่ละเดือนกัน ก็จะได้สร้างกำลังใจ แก้ไขจุดบกพร่อง จนไปถึงการสร้างคุณค่าให้ทีมรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ อีกด้วย

• สูตร 3 #สอนและอัพ

อีกหนึ่งที่เติมเข้ามาในทีมคือการ Training & Upskill เพื่อเป็นการสร้างทีมให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก (คิดภาพในเกมส์เหมือนซื้อ Item เพิ่มค่ะ) ซึ่งเราก็มองว่า จริงๆ แล้วไม่มีใครเก่งไปหมดทุกเรื่อง ยิ่งโดยเฉพาะหัวหน้ายิ่งต้องพัฒนาตัวเองให้จัดการกับปัญหาได้ทุกรูปแบบ PICK A BOX เราใช้การเทรนที่เรียกว่า OJT (On-The-Job Training) ซึ่งจะเป็นการแก้ไข Skill ที่มีอยู่แล้ว และ เพิ่มสิ่งที่เราควรรู้ลงไปอีก เพื่อทำให้งานออกมาดีขึ้น และหัวหน้างานสามารถแชร์ไปสู่ทีมได้อีกด้วย

• สูตร 4 #ทำงานแบบAgile

อีกเรื่องที่ทับทิมดึงวิธีการทำงานจากโรงงานและ Start Up มาคือการทำแบบ Agile ทำจริงเจ็บจริงจบไว ที่เราจะให้ทีมของเราสามารถแชร์ไอเดียต่างๆ เข้ามาได้ เพื่อให้หน้างานทำงานได้เร็วขึ้น ทันกับโลกยุคนี้ที่เปลี่ยนไวเหลือเกิน การปรับเปลี่ยนที่ว่องไวจะทำให้ทีม Active รู้ขั้นตอนว่าเราอยู่จุดไหน จนไปถึงการวัดผล ติดตามงาน และสุดท้ายจะได้งานที่เป็นรูปธรรมออกมา ที่ผ่านการเค้น คัด คิด มาทั้งหมดแล้ว
นี่จึงเป็นทริคเล็กๆ น้อย 4 สูตรลับที่ PICK A BOX ยึดเป็นแนวทางในการบริหารคนค่ะ เพื่อนๆ หรือเจ้าของ SME คนไหนสามารถลองไปปรับใช้ได้เลย (ดี ไม่ดียังไง ต้องปรับแก้ตรงไหนให้ดีขึ้น ก็มาบอกทับทิมได้ค่ะ)
รอบหน้าเดี๋ยวทับทิมจะมาเล่าทริคลับอีกมากมาย เพราะชีวิต SME ไม่มีวันจบ พบกันใหม่นะคะ 😀
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดทผลงานกล่องกระดาษและอุปกรณ์แพ็คเกจจิ้งอื่น ๆ ได้ผ่านช่องทาง
• Facebook : pickabox.pack
• Instagram : pickabox.pack
• YouTube : pickabox
• Tiktok Shop : @pickabox.pack
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!
• Website PICK A BOX : pickaboxpack.com
• Shopee : pickabox
• TIKTOK : pickabox
• Lazada : pickabox
• LINEShop : @pickabox.pack

แชร์ 5 สิ่งที่อยากบอกเด็กจบใหม่ คนเริ่มสร้างธุรกิจ จากคนทำงาน 15 ปี!

เมื่อวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทับทิมและฮัทได้มีโอกาสไปเป็นCoach ที่ปรึกษาของ session “Meet the Experts” ของวิชาการทำธุรกิจ Entrepreneurial Business Experiences I ของ คณะ Entrepreneurship ของ BUSEM International Program ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทางคณะพยายามให้นิสิตของคณะได้ลองลงทุนทำธุรกิจร่วมหุ้นลงเงินกันจริงๆ ค่ะ

โดยทางอาจารย์ประจำวิชา Entrepreneurial Business Experiences I ได้ให้นิสิตทดลองทำธุรกิจแบบ Even Shares ให้นิสิตมีหุ้นในสินค้าจำนวนสัดส่วนที่เท่ากัน ลงเงินลงทุนเท่ากัน และหากมีกำไรก็จะแบ่งจ่ายเท่าๆ กัน ให้นิสิตได้เรียนรู้การลงมือทำธุรกิจกันเอง, brainstorm ideas จนได้สินค้าของกลุ่มออกมา, เรียนรู้ความขัดแย้งของการมีหุ้นส่วน, และยังได้ลองปรึกษา Coach ใน Session “Meet the Experts” เป็นต้น ซึ่งเป็นอะไรที่คิดว่าน้องๆ นิสิต จะได้รับประสบการณ์ตรง ซึ่งส่วนตัวยังอยากย้อนเวลากลับไปทำอะไรแบบนี้ตอนที่ยังเป็นนิสิตอยู่บ้าง ดีมากๆ เลยค่ะ
น้องๆ ต่างมีความฝันที่อยากจะมีธุรกิจของตัวเองและประสบความสำเร็จ ทับทิมจึงอยากขอเสริมแชร์ถึง 5 Skill Sets ทักษะสำคัญ ในการเริ่มธุรกิจและต่อยอดธุรกิจให้เติบโต จากประสบการณ์การทำงาน 15 ปีที่ผ่านมาค่ะ
01

Growth Mindset

Growth mindset คำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมาสักพักแล้ว และก็เป็นขั้วตรงข้ามของ Fixed mindset เป็นหนึ่งใน Skill sets ที่สำคัญในความหมายของทับทิมคือ การไม่ยึดติดกับความคิดของเราเองก่อน หลายครั้งสิ่งที่เราว่าดีแล้ว ดีพอแล้ว มันยังไม่ดีพอจริงๆ ให้ลองหา “Why? ทำไม?” เพื่อตอบโจทย์ตัวเราเอง และเพื่อสร้างจุดมุ่งหมายในการพัฒนาไอเดียนั้นให้ดียิ่งขึ้น เช่น ทำไมต้องแก้ไข featureในสินค้าอีก ในเมื่อเราคิดว่ามันดีแล้ว? > คำตอบอาจจะเป็น เพราะลูกค้า request หรือสินค้ายังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร เป็นต้น
ต่อมาให้ลองหา “How? ทำยังไง?” เพื่อให้หาprocess ว่าไอเดียนั้นจะสามารถพัฒนาได้ยังไงอีกบ้าง และหากลองใช้ความพยายามที่เพิ่มขึ้น เราจะสามารถทำให้ไอเดียนั้นดีขึ้นไปอีกได้ยังไงบ้าง Growth mindset จะช่วยให้เราคิดค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการทำงาน ไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ การเรียนรู้ใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาได้ และไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรค
02

Financial Analytics

เรื่องจริงที่มีทำธุรกิจก็ต้องใช้เงินลงทุนก่อน แต่มีทุนแล้วก็ใช่ว่าจะทำธุรกิจได้สำเร็จเสมอไป การเริ่มต้นจากการทำ Feasibility Study และกระจาย base, best, worst case และวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break-even analysis) ก็ล้วนแต่มี bias ในช่วงเริ่มต้นทั้งนั้น
แต่ส่วนสำคัญกว่านั้นมากคือหลังเริ่มดำเนินธุรกิจไปแล้ว เจ้าของธุรกิจควรตรวจวัด Financial Health ของธุรกิจให้คล่อง รู้ Cash Flow ทั้ง in-out ของธุรกิจตลอด และสามารถ balance การคำนวณปริมาณการขายและการสั่งซื้อวัตถุดิบ ที่อาจได้รับผลกระทบการ Credit Terms ที่มีทั้ง 15,30,60,90 วันจากคู่ค้าทั้งลูกค้าและผู้ขาย
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการวิเคราะห์งบการเงินโดยดูอัตราส่วนทางบัญชีของธุรกิจเป็นประจำ ยกตัวอย่างอัตราส่วนที่สำคัญเบื้องต้นได้แก่ EBITDA, Gross Profit Margin, Working Capital เป็นต้น (ทั้งหมดนี้มีสูตรอยู่ใน google ทั้งสิ้น)
ไม่ว่าน้องๆ จะเรียนจบ หรือไปต่อปริญญาโทสาขาไหนก็ตาม เราสามารถสำเร็จในธุรกิจที่เราสร้างเองได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ โดยเสริมความรู้การวิเคราะห์งบการเงิน เพื่อให้ไม่เหมือนคนเดินปิดตาไปข้างหน้า ไม่รู้เมื่อไหร่ จะตกหลุม หรือสะดุดอะไรตอนไหน
03

Resillience

มีหลายคนจะแปล Resilience คือความยืดหยุ่น แต่ทับทิมอยากให้เข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งและเข้าใจง่ายกว่านั้น คือ ทักษะของ “การล้มและลุกขึ้นเร็ว” ในด้านสภาพจิตใจที่ฟื้นเข้มแข็งขึ้น ภายหลังจากเจอเรื่องที่ยากลำบาก วิกฤต หรือเรื่องที่ทำให้ล้ม ท้อแท้ สิ้นหวัง เครียด ดังนั้นใน process ของการล้มและลุกขึ้นเร็วของ Resilience มีเพิ่มเติมคือคำว่า “Never give up” เข้ามาด้วย
ทับทิมเชื่อว่าคนเราสามารถสร้าง Resilience ส่วนตัวขึ้นมาได้ โดยการเผชิญหน้ากับปัญหามากๆ อย่าไปกลัวที่ต้องเจอปัญหาในทุกวัน อย่าคิดว่าการทำธุรกิจจะสวยงาม หากน้องๆ เจอปัญหาบ่อยๆ เราจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและแก้ไขมันได้ดีขึ้นทุกๆ วัน เพราะในโลกความเป็นจริง สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องเจอคือ ปัญหารอบด้าน ทั้งเรื่องของการหมุนเงินให้เพียงพอ การสร้างแบรนด์ การดูแลจัดการลูกค้าและงานขาย อีกทั้งการดูแลพนักงานในองค์กรให้ดีที่สุด ทุกช่วงเวลาอาจเกิดวิกฤต ขึ้นมาได้ ดังนั้น “สู้กับปัญหา เพื่อสร้างจิตใจให้เข้มแข็ง พร้อมลุย” นะคะ
04

Empathy

น้องบางคนอาจมี Empathy หรือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น อยู่แล้ว แต่บางคนต้องได้รับการฝึกฝน Empathy เป็นทักษะหนึ่งของ Leadership แต่ที่ทับทิมยกขึ้นมาเป็นหัวข้อหลัก เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจหากเราต้องการได้อย่างเดียว โดยที่ไม่นึกถึงฝ่ายตรงข้ามเลย สุดท้ายจะกลายเป็นสถานการณ์ Lose-Lose มากกว่า หนึ่งในการฝึก Empathy คือการลองสวมหมวกว่าเราคือคนนั้น หากเราเป็นคนนั้นเราจะทำยังไง ตัดสินใจยังไง เพื่อให้เวลาที่เราตัดสินใจจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในบริบทนั้นๆ
การฝึก “Give before Take” เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เราเป็นคนที่ไม่ใช่จะเอาแต่ได้อย่างเดียว ในโลกการทำธุรกิจจริง มีหลักการอยู่หลากหลายแล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน หากแต่ทับทิมใช้หลักการให้มาก่อนรับ เพื่อฝึกให้ตัวเองเป็นคนที่พร้อมพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน และได้ผลลัพธ์ดี จึงอยากเอาแชร์ค่ะ
05

Adaptability

แน่นอนว่าในโลกการทำธุรกิจ Skill อย่างเช่นพวก Management, Creativity, Leadership skills ก็สำคัญ แต่พูดในแง่มุมของการทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ Adaptability หรือการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทั้งในการทำงาน การแข่งขัน สำคัญมากๆ เห็นได้ชัดในช่วงเวลา ก่อนโควิด-ระหว่างโควิด-หลังโควิด มีการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ซึ่งโจทย์สำคัญคือเราจะปรับตัวอย่างไรให้ธุรกิจของเราอยู่รอดได้ ย่อมมีเหตุการณ์มากมายที่จะเกิดขึ้นระหว่าง
แน่นอนว่าน้องๆ อาจได้ทำธุรกิจกับทั้ง Gen X, Gen Y, Gen Z การปรับตัวให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงไปยังช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ก็สำคัญมากๆ น้องๆ นิสิตเองจะค่อนข้างเชื่อใน Instagram และ TIKTOK เป็นหลัก ซึ่งถูกต้องสำหรับ Gen Y, Gen Z แต่หากต้องการกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น ทับทิมก็ยังอยากแนะนำน้องๆ ให้เข้าถึง Line, YouTube, Facebook ด้วยเช่นกัน
ระยะเวลาการเริ่มต้นธุรกิจจาก 1 ปี ไปจนถึง 5 ปี, 10 ปี, 20 ปี เราในฐานะเจ้าของธุรกิจจะทำอย่างไรให้เราอยู่รอด พนักงานอยู่รอด คู่ค้าอยู่รอด นี่เองคือคำตอบที่ว่าทำไม การปรับตัว ถึงสำคัญ และเป็นการรวมทักษะอย่าง Management, Creativity, Leadership รวบไว้ในคำว่า Adaptability หมดแล้ว
ทั้งหมดก็เป็นหัวข้อที่เรานำไปแชร์น้องๆ แต่รู้สึกว่ามีความรู้และอยากให้ทุกคนรู้เคล็ดลับการทำธุรกิจเบื้องต้นกันนะคะ เลยนำมาแชร์ในเพจดีกว่า ถ้าหากมีคำถามส่วนไหน หรือ Keyword ใดๆ ที่อยากให้อธิบายเพิ่มเติม เพื่อนๆ สามารถคอมเม้นท์เข้ามาได้เลยนะคะ เราสนับสนุนให้คนสร้างธุรกิจของตัวเองกัน เล็กใหญ่ไม่สำคัญ ค่อยๆ เติบโตไปด้วยกันค่ะ 😀
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดทผลงานกล่องกระดาษและอุปกรณ์แพ็คเกจจิ้งอื่น ๆ ได้ผ่านช่องทาง
• Facebook : pickabox.pack
• Instagram : pickabox.pack
• YouTube : pickabox
• Tiktok Shop : @pickabox.pack
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!
• Website PICK A BOX : pickaboxpack.com
• Shopee : pickabox
• TIKTOK : pickabox
• Lazada : pickabox
• LINEShop : @pickabox.pack

โลกสีเขียว โลกอีกใบที่ให้อะไรมากกว่าที่คิด !?

เข้าเดือนที่ 3 แล้วค่ะที่ทับทิมมาเขียนเรื่อง Insight มากๆ ของ PICK A BOX เดือนนี้จะมาขอเล่าประสบการณ์อะไรที่แปลกๆ ใหม่ๆ กันหน่อยเพราะว่าเอาจริงตัวทับทิมก็ไม่ได้ทำแบบนี้บ่อยๆ นั่นคือ การเข้าป่าค่ะ🌳🍃 บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก แต่ได้อะไรกลับมาเยอะเลยค่ะ

ครั้งนี้เราไปกับมูลนิธิโลกสีเขียว ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อไปเป็นอาสาสมัครมูลนิธิและส่งต่อความตั้งใจไปสู่ธุรกิจของพวกเรา รอบนี้ถือเป็นครั้งแรกของทับทิม และทีมงาน PICK A BOX กันเลยค่ะ ข้อดีเลยคือช่วงนี้ฤดูฝน เขาใหญ่คืออากาศเย็นมาก สบายๆ ทุกอย่างเขียวไปหมด (ใครไปเที่ยวช่วงนี้ก็ดีงามนะคะ)
พวกเราเข้าไปในป่าส่วนของอุทยานแห่งชาติค่ะเพื่อไปทำเรียนรู้กิจกรรมจากธรรมชาติ มีตั้งแต่คุยกับหัวหน้าศูนย์อุทยานแห่งชาติ เพื่อเข้าใจถึงจุดประสงค์ของโครงการรอบนี้ แต่ที่ทับทิมชอบคือ เค้าพูดถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าด้วยการบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด (Wise Use) ที่จะไม่ใช่แค่เก็บรักษาไว้ดูเฉยๆ แต่ครั้งนี้เราจะบริหารทุกอย่างให้สมดุลย์และไม่ทำลายธรรมชาติไปพร้อมกันค่ะ
โดยที่ค่ายนี้ก็เริ่มจากการให้เราทำกิจกรรมแรกคือ กิจกรรมผัสสะ กิจกรรมนี้คือให้เรากลับมา Focus ที่ประสาทสัมผัสของตัวเองอีกครั้ง คือ 👀ตา 👂🏼หู 👃🏼จมูก 👄ปาก และ❤️กายใจ บ่อยครั้งที่ชีวิตเราสนใจแค่ ภาพ เสียง กลิ่นเท่านั้น แต่รอบนี้เราจะได้เข้าใจถึงประสาทสัมผัสข้างในผ่านการเล่นเกมส์ค่ะ ตั้งแต่การใช้ “ตา” มองสีของธรรมชาติ ใช้ “หู” ฟังเสียงของป่า ใช้ “จมูก” ดมกลิ่นใบไม้ ใช้ลิ้นได้ลอง “ชิม” รสชาติของธรรมชาติ และสุดท้ายคือ “กายใจ” ที่เราได้ลองปิดตา แล้วกั้น อาณาเขตเพื่อใช้ Sense ของเราสัมผัสเพื่อนๆ ที่อยู่รอบตัว ทำให้เราเริ่มเข้าใจธรรมชาติ ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งมากขึ้นทีละนิดละ
ที่นี่ เราได้ไปเป็นอาสาสมัครและลองทำอะไรหลายอย่างมาก และมีกิจกรรมที่ Creative มากมาให้ลอง อย่างเราเป็น 💡💦“นักสืบสายน้ำ” คือได้ลองช้อนแมลง ตัวอ่อน จากน้ำมาเพื่อศึกษาถึงคุณภาพของน้ำ ดูที่มาที่ไปของเค้า (แต่เราคืนน้องกลับสู่บ้านนะคะ) จนไปถึง Night Walk (อากาศเย็นมากๆ) ที่ทั้งหมดเพื่อให้เราเข้าใจธรรมชาติ และ สัตว์ป่ามากขึ้น (ถ้าไปทำกิจกรรมที่แถวทะเลก็จะมี 💡🌊“นักสืบชายหาด” อีกด้วยนะ)
ทับทิมไปทั้งหมด 2 วัน 1 คืนค่ะ เช้าวันต่อมา เราก็ยังทำกิจกรรมกันต่อ แต่เริ่มอิน เริ่มเข้าใจและอยากรู้ต่อไปเรื่อยๆ ละ กิจกรรมของวันต่อมาเลยเป็น การเข้าป่า ไปส่องนก สวมบทเป็น 💡💨“นักสืบสายลม” ดูการทำรัง พฤติกรรมน่ารัก ของน้องๆ ไม่น่าเชื่อว่ากิจกรรมนี้สามารถเอาความตั้งใจฟัง ตาที่ต้องมอง หูที่ต้องฟัง มาดูน้องนกได้อย่างไม่น่าเชื่อ สีสวยกันมากๆ แต่ละตัว
กิจกรรมต่อมาคือ ไป Nature Trail ทีม PICK A BOX ทีมเราก็สู้ตายมากๆ เดินลัดเลาะไปเกือบ 5 กิโล เส้นทางนี้ก็คือได้ใช้ Skill ที่ฝึกมาจากเมื่อวานทั้งหมด ตั้งแต่ดูนก ดูทิศทางลม สังเกตเห็ด สนุกกันมากๆ ผจญภัยสุดๆ
กิจกรรมก็จบลง แต่มีเรื่องประทับใจมากมาย 2 วัน 1 คืนช่างผ่านไปเร็วมาก ที่สำคัญพี่ๆ น้องๆ อาสาสมัครทุกคนคือ น่ารักมากกก รวมถึงคุณไม้เอก ผู้อำนายการของมูลนิธิโลกสีเขียว ที่มีไอเดียใหม่ๆ มาจัดทำกิจกรรมนี้ เรารู้สึกดีมากๆ ที่ได้มาร่วมกิจกรรมนี้ของมูลนิธิสีเขียว
เขียนมายาวมากก เหมือนไดอารี่ละ แต่ประเด็นคือ เรามาอาสาฯ ครั้งนี้เพราะตามที่เคยเล่าไว้ว่า อีกหนึ่งความตั้งใจของ PICK A BOX ที่ไม่ใช่แค่ผลิตกล่องตามใจ แต่เราอยากร่วมสนับสนุนการรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม โลกของเรา เราเลยมีสินค้าที่มาเพื่อลดการสร้างขยะ ลดการเกิดคาร์บอนด์ อย่างกล่อง ECO BOX 📦 ♻️ ที่เราผลิตจากกระดาษคราฟท์เกรด KT สีธรรมชาติจริงๆ ที่ไม่ผ่านการย้อมสี ช่วยลดการเกิดมลพิษในอุตสาหกรรม และพิมพ์หมึกWater-based ไม่ผสมน้ำมัน มากกว่านั้นรายได้บางส่วนจากการขายกล่อง ECO BOX ของเราจะร่วมบริจาคให้แก่มูลนิธิโลกสีเขียวที่ทับทิมไปเป็นอาสาสมัครในครั้งนี้ด้วยค่ะ
เราเลยอยากมาเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน หันมาสนใจธรรมชาติอีกครั้ง แต่รอบนี้อาจจะไม่ใช่แค่พูดว่ารักษ์โลก แต่คือการลงมือเข้าร่วมและทำจริงๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะเวลาเรากลับไปใกล้ชิดกับธรรมชาติ เราจะเข้าใจและรักสิ่งนั้น อยากดูแลมันมากขึ้น เพราะตัวเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นเดียวกัน เหมือนกับคำพูดนึงที่ทับทิมชอบมากๆ
“In the end, we will conserve only what we love; we will love what we understand and we will understand only what we are taught.” – Baba Dioum.
**เป็นส่วนหนึ่งของบทความจาก คุณ Baba เป็นนักวิศวกรรมป่าไม้ชื่อดังของเซเนกัล ที่นำเสนอในกรุงนิวเดลีเมื่อปี พ. ศ. 2511 ในการประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรม ชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN)
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถึงมันจะเล็กน้อย แต่เป็นอีกก้าวที่ PICK A BOX อยากร่วมเดินไปค่ะ ยังไงฝากมูลนิธิโลกสีเขียวและ PICK A BOX เหมือนเดิมด้วยนะคะ 🙂
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดทผลงานกล่องกระดาษและอุปกรณ์แพ็คเกจจิ้งอื่น ๆ ได้ผ่านช่องทาง
• Facebook : pickabox.pack
• Instagram : pickabox.pack
• YouTube : pickabox
• Tiktok Shop : @pickabox.pack
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!
• Website PICK A BOX : pickaboxpack.com
• Shopee : pickabox
• TIKTOK : pickabox
• Lazada : pickabox
• LINEShop : @pickabox.pack

คิด-รอบ-กล่อง คิดแบบไหน ?

เดือนนี้ ทับทิม CEO ของ PICK A BOX ก็จะมาเล่าประสบการณ์ เบื้องหลังกันอีกนะคะ (หลังจากตอนที่แล้ว เพื่อนๆ ลูกค้า น้องๆ ในทีมส่งกำลังใจกันมามาก ขอบคุณมากๆ ค่ะ) ตอนนี้เลยอยากมาเล่าถึง Tagline ใหม่ ของแบรนด์เราคือ Unlock Packaging Possibilities #คิดรอบกล่องสร้างสรรค์ทุกความเป็นไปได้ ถ้าในความหมายที่เราชอบ Tagline นี้ก็คือ การคิดรอบด้าน ที่ไม่ว่าเราจะเจอโจทย์ไหน หรือรูปแบบของ Packaging แบบใด เราจะปรับและเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับสินค้านั้นๆ เหมือนกับเรา Unlock สิ่งใหม่ๆ ในทุกความเป็นไปได้ ซึ่งก็ Link กับแบรนด์ของเราที่ผลิตกล่องอีกด้วย

แล้วการ #คิดรอบด้าน #คิดรอบกล่อง ที่เราถูกเรียนมาตั้งแต่เด็ก มันต้องรอบขนาดไหน ? เอาจริงๆ ทับทิมก็ได้นั่งอ่านหนังสือ ฟัง Podcast ว่าจากธุรกิจผลิตกล่องของเรา มันจะต้องครอบคลุมไปทางไหนบ้าง ก็เลยคุยกับพาร์ทเนอร์ และทีม ว่าแล้วเราต้อง รอบกล่องขนาดไหน ?? เลยเป็นที่มาของคำตอบวันนี้ค่ะ
เราเลยเริ่มจากการค่อยๆ ก้าวขาไปทีละขาดีกว่า เพราะถ้าไปไกลเกินไป เท่ากับทีมต้องเรียนรู้ใหม่ รูปแบบธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย ที่แทบจะไม่รู้เลย แต่ถ้าเราลองเลือกจากเรื่องที่เราชอบ เชี่ยวชาญ และพอเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราทำอยู่บ้างก็อาจจะพอเป็นไปได้
อีกหนึ่งประเด็นคือ ที่เราตั้งใจอยากเป็น One-stop Service ให้ลูกค้า เราก็พบว่าลูกค้าเราส่วนใหญ่เป็น ร้านค้าออนไลน์ และ SME ที่ทำทุกอย่างเอง จากกล่องก็ไปสู่ สิ่งพิมพ์อื่นๆ ก็เลยเป็นที่มาของการเน้นย้ำ บริการออกแบบ รับผลิตฉลากสินค้า(สติ๊กเกอร์) โปสการ์ด ปลอกกล่องสินค้า Tagสินค้า ที่เรามีบริการนี้ตั้งแต่ต้น เอามาเล่าให้ทุกคนเห็นภาพกันอีกครั้ง
สิ่งพิมพ์ ดูเหมือนจะใกล้เคียงกับการทำกล่องนะคะ แต่รูปแบบการใช้งาน และจำนวน มันมากกว่าการทำกล่องเยอะมาก เพราะจินตนาการไม่มีขีดจำกัดเลย ไม่ว่าจะเป็นโบรชัวร์ ของแถม โปรโมทสินค้า กระดาษห่อ สติกเกอร์ที่ระลึก การ์ด โปสการ์ด คือเรียกว่าไปได้กันอีกยาวๆ เราก็เลยอยากเป็นพาร์ทเนอร์ให้ลูกค้า ตั้งแต่เริ่มโปรเจคจนจบเลย เพราะที่ PICK A BOX มีทีมออกแบบที่เชี่ยวชาญด้านกระดาษอยู่แล้ว เรียกว่า ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด
ภาพที่ทับทิมอยากเอามาให้ทุกคนดูก็คือ บางส่วนของการทำงาน และผลงานของเรา ที่มีการพิมพ์ Sticker พิมพ์ Card สำหรับงานของลูกค้าด้วย เพื่อย้ำจุดยืนของ PICK A BOX ค่ะ
ตอนนี้ก็อยากจะขอฝาก Service นี้ของเราด้วยนะคะ และขอบอกเลยว่า เดือนหน้าจะมีเรื่องราวใหม่ๆ มาเล่าอีกแน่นอน ใครอยากรู้เรื่องไหน กว่าจะมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง คอมเม้นท์ทิ้งไว้กันได้นะคะ แล้วเจอกันค่ะ 😀
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดทผลงานกล่องกระดาษและอุปกรณ์แพ็คเกจจิ้งอื่น ๆ ได้ผ่านช่องทาง
• Facebook : pickabox.pack
• Instagram : pickabox.pack
• YouTube : pickabox
• Tiktok Shop : @pickabox.pack
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!
• Website PICK A BOX : pickaboxpack.com
• Shopee : pickabox
• TIKTOK : pickabox
• Lazada : pickabox
• LINEShop : @pickabox.pack

กว่าจะมาเป็น PICK A BOX มันไม่ง่ายเลย !!

วันนี้ ทับทิม หรือ CEO PICK A BOX จะมาขอเล่าเรื่องราวเบื้องหลัง เบื้องลึก แบบเก็บทุกเม็ดของการสร้างธุรกิจให้ฟังกันค่ะ เอาแบบที่โลกโฆษณาอาจจะเล่าไม่ได้ละเอียดขนาดนี้ แต่คอลัมน์นี้อยากเล่าจากประสบการณ์จริงล้วนๆ ทับทิมเลยอยากขอเปิดคอลัมน์ CEO’s TALK

ที่เรียกว่าจะ(พยายาม) มาทุกเดือน ที่จะมาเล่าประสบการณ์ แชร์เรื่องที่เรียนรู้มาระหว่างทางในการสร้างแบรนด์ขึ้นมาได้ ให้ทุกคนฟัง
ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่อ่านโพสท์นี้อยู่ละรู้สึกว่าสงสัย อยากแชร์ อยากถาม ระบายความในใจการเป็นเจ้าของธุรกิจ บอกเลยค่ะ เราคือเพื่อนกัน!
โพสท์แรก ทับทิมจะขอเริ่มจากกว่าจะมาเป็นทุกวันนี้ก่อน เพราะถ้าใครค้นหาชื่อเรา ก็จะไปเจอประวัติที่ให้สัมภาษณ์อยู่ตามสื่อต่างๆ ว่าจากเราเคยเป็นพนักงานบริษัท ไฟแนนซ์สายการเงิน แบบจ๋าๆ มาก่อน การข้ามมาสาย Service Packaging Design ไม่ได้ง่ายเลย เรียกว่างงสุดๆ ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ยังดีที่ทับทิมมีคุณฮัท Partner ที่รู้ใจ ที่พัฒนาจนมาเป็นคนรู้ใจ 💓 ที่ช่วยกันปลุกปั้นเบรนด์มาจนถึงวันนี้ค่ะ
มันเริ่มมาจากปี 2562 ที่เรามองหาโอกาสในการทำธุรกิจของตัวเองมาตลอด แต่ส่วนตัวเราชอบสายโรงงานอุตสาหกรรมมากๆ เรียกว่ามี Passion กับเรื่องนี้ที่สุด เพราะตั้งแต่เรียนจบมาก็อยู่ในวงการนี้มา 9 ปีเต็ม เลยตัดสินใจเปิดโรงงาน OEM ผลิตกล่องกระดาษ และได้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญมาช่วยก็คือ คุณพ่อของคุณฮัท ที่ทำงานในด้านนี้มากว่า 30 ปี
ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้สวยค่ะ แต่ตอนนั้นเราเปิดช่วงโควิดมาพอดี! เราก็เลยต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เรียกว่าสร้างทีมใหม่ วางระบบใหม่ ช่วงโควิดที่หยุดงานกัน เรายิงยาว 6 วันต่อสัปดาห์จนพ้นโควิดกันไปเลย จากการสร้างโรงงาน ยังไม่พอ เพราะอีกสิ่งที่ต้องสร้างคือ “แบรนด์” เอาจริงพวกเราสองคนคุยกันตั้งแต่วันแรกที่สร้างแบรนด์แล้วว่า เราอยากสร้างแบรนด์ Packaging Solutions ที่ไม่เหมือนใคร เราอยากปิด Pain Point ของธุรกิจที่เรามองแบบคนนอกเข้ามาว่ายังขาดอะไรอีก คำตอบคือ นวัตกรรม และ แนวคิดแปลกๆ ใหม่ๆ
ไม่ค่อยมีคนรู้นะคะ ว่า PICK A BOX เราให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้มากเลย 😀 เพื่อส่งกล่องให้ถึงมือลูกค้าในสภาพที่ดีที่สุด ด้านนวัตกรรม เราก็มีนวัตกรรม SUPER LOCK, DROP TEST ที่ถ้าสินค้าไหนใส่กล่องเรา รับรองว่าตกยังไงก็ไม่แตก (นวัตกรรมพวกนี้ก็มีเรื่องให้เล่าเยอะมากๆ แล้ว – เดี๋ยวไว้มาเล่าให้ฟัง เดือนหน้านะคะ)
กับอีกส่วนที่เป็นแนวคิดใหม่ๆ ก็คือ เราเก็บข้อมูลลูกค้าของเรา และวิเคราะห์ออกมาเป็นรูปแบบที่เหมาะกับความต้องการค่ะ
ที่อยากจะมาขายของวันนี้เลยจริงๆ แล้วคือ กล่องพร้อมส่ง ใน Collection >> #กล่องอยากบอกเธอเจ้า “กล่องอยากบอกเธอ” เนี่ย ได้ไอเดียมาจากว่า เวลาเราส่งของขวัญให้ใคร เราก็อยากจะเขียนโน้ตเล็กๆ น่ารักไปให้ด้วย (ให้ฟีลแบบส่งจดหมายให้เพื่อนในโรงเรียน) ทับทิมกับน้องๆ ในทีมก็เลยดีไซน์รูปแบบกล่อง Collection นี้ให้น่ารักสดใส เริ่มด้วย Collection น้องดอกไม้ก่อน มี 2 ลายคือ ทานตะวัน และ เดซี่ แถมด้วยลายมือน่ารักๆ เรียกว่า ย้อนกลับไปสมัยเรียนชัดๆ แต่ออกมาคือ น่ารักมากกกก
ตอนนี้น้องๆ ทั้ง 2 ลายก็วางจำหน่ายแล้วนะคะ ลองเข้าไปดูกันได้ว่าน่ารักขนาดไหน ภูมิใจนำเสนอสุดๆ หรือเพื่อนๆ อยากให้เราออกแบบลายไหน ชอบแนวไหน ก็คอมเม้นท์เข้ามาได้ ทับทิมรออ่านทุกคอมเม้นท์นะคะ
โพสท์เริ่มยาวแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า เขียนครั้งแรกก็จะยากนิดหน่อย จะพยายามเรียบเรียงให้สนุก น่าอ่านและน่าสนใจมากขึ้นนะคะ แต่มาฝากน้องๆ และแบรนด์ก่อนนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ 😀
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดทผลงานกล่องกระดาษและอุปกรณ์แพ็คเกจจิ้งอื่น ๆ ได้ผ่านช่องทาง
• Facebook : pickabox.pack
• Instagram : pickabox.pack
• YouTube : pickabox
• Tiktok Shop : @pickabox.pack
หรือช้อปสินค้าพร้อมส่งได้เลย แค่คลิก!
• Website PICK A BOX : pickaboxpack.com
• Shopee : pickabox
• TIKTOK : pickabox
• Lazada : pickabox
• LINEShop : @pickabox.pack